ton님의 프로필ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง ความ...사진블로그리스트기타 도구 도움말
June 24  
사진(1/7)

ton

ความสุข= ความทุกข์
ดีใจ = เสียใจ
ความจริง=ความเท็จ
แต่รัก ก็ ยังคงเป็นรัก
*รักที่พร้อมจะมอบให้เทอผู้เดียว*
추가한 리스트 항목이 없습니다.

ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง ความอบอุ่นที่เคยรับ ความสุขใจที่เคยมี วันๆนี้จะไม่มีอีกแล้วทุกสิ่งเป็นแค่เพียงหมอกควันที่ผ่านไป

7월 5일

การกลับมา

เฮ่อ นี้ก็เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มาอัพspace ที่เราไม่ค่อยจะได้ใส่ใจกะมาน แต่ตอนนี้เริ่มรู้ความสำคัญของมันแระ ว่ามันช่วยให้เราได้ระบายอารม สิ่งต่างๆที่ได้เจอมาวันๆหนึ่ง
เออดีแฮะมีที่ให้ได้ทำในสิ่งที่ทำไม่ได้ หลังจากทำงานมาได้สัก.....10เดือนแล้วเว้ย ชีวิตของเด็กน้อยคนหนึ่งก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีน -*- โดนแต่เพื่อนๆในกลุ่ม
รุ่มด่าว่า จะรีบไปไหนว่ะ ทำงานยังตั้งอีกนาน ทีแรกก็คิดอยู่น่ะว่า มาทำงานทำไม แต่มันก็จิงอย่างที่แม่พูดว่า "งานเลือกคน ไม่ใช่ คนเลือกงาน" ถ้าเป็นสมัยก่อนนั้นอาจจะใช่
แต่สมัยนี้ ยุคนี้ มันเป็นอย่างที่แม่พูดจิงๆ -*- สำหรับพวกเพื่อนๆที่มันยังเรียนกัน ง๊กๆๆๆ ตอนนี้ ก็อยากให้มันจบกันไวๆ จะได้มาเจอกะกานทำงาน ว่ามัน "มันส์" โคตรเลยเอ้ย
พวกคุณท่านทั้งหลาย -*-  พอแระๆ พล่ามมาเยอะไปดีกว่า
 
ปล. รักแม่ กะน้องมู๋ มากๆน่ะคับ (ไอ้มู๋น้อย ตั้งใจเรียนน๊ะเอ๋ง ถ้าติด F พ่อจะไปกระทืบถึงหอ รู้ว่าแอบเที่ยวจะไปเตะให้ไขมันกระจาย) 
     รักเพื่อนๆน่ะเฟ้ย โทรมาหากันมั่ง Sexy_Boys
     รักเพื่อน คปท.61 และ พี่ๆ คปท. ทั้งหลายน่ะครับ
     รักเจ้าด้วยน่ะ "เจ้าปลาทอง"
6월 30일

กลับมาอีกครั้งกลับการอัพspaceของกุ

กร๊ากกก คิดถึงจังวุ้ยspaceของกุ ไม่รู้ว่ามันจะงอนป่าววะเนี่ยะไม่ได้มาระบายอะไรใส่มันตั้งนาน(ท่าว่ากุจะบ้าป่าวเนี่ยะ) -*-
เออแต่ไงก็ช่าง อัพมันสะบ้างก็ดี โดน Req. มาตั้งนานแระเด่วโดนเพื่อนๆด่าเอาว่าไมไม่อัพบ้าง (มันจะว่างอะไรมานั้งอ่าน space
อะไรมากขนาด) ตอนนี้ก็ไม่มีไรทำ ทำงาน เส้ด อ่านหนังสือ เล่นเกมส์ กินข้าว ไม่รู้จะทำไรแระ อ๋อ ยังมีอีก ยังได้คิดถึงใครบางคน
แค่เค้าคงไม่ค่อยอยากคิดถึงเราสักเท่าไหรละมั้ง เพราะส่วนใหญ่อยู่กะเพื่อนๆ ไม่ค่อยรับโทรสัพ โทรไปไม่ค่อยจะรับ เอ่อ บอกตรงๆ
ว่ามันก็เหนื่อยใจเหมือนกัน แต่ก็เข้าในว่าตอนนี้มันเป็นยังไง เค้าเหนื่อยแค่ไหนผมก็เข้าใจดี อะไรที่ผมสามารถทำให้เค้าสบายขึ้น
เหนื่อยน้อยลงผมก็ทำได้ (หวังว่าเค้าคนนั้นคงรู้น่ะ)อ่า....ไม่อยากพูดมากเด๋วมันยาวแน่ๆ ไปนอนก่อนดีกว่า 5555+++
 
ปล. -รักแม่กะมู๋น้อยม๊ากมากน่ะครับ
     -รักเพื่อน มมว.ทุกคนน่ะเฟ้ย(ไม่รู้ว่ามันจะเข้ามาอ่านป่าว)
     -รับเพื่อน คปท.61 แระพี่ๆทุกคนน่ะครับ
     -รักสถาบันทุกที่และขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านที่ทำให้ผมเป้นคนได้จนถึงทุกวันนี้ครับ
 
ปล.2 = กุง่วงแระไปนอนดีกว่า
8월 22일

นิยามคำว่ารัก...อยากจะบอกจิงๆว่ะเนี่ย

ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน

แต่อย่าลืมว่าบนโลกไม่ได้มีคนสองคนเท่านั้น

อย่าโกรธเขาที่ต้องปฏิเสธรักจากคุณ

ด้วยเหตุผลว่าเราเข้ากันไม่ได้

ด้วยเหตุผลว่าสังคมเราต่างกัน

ด้วยเหตุผลว่าเขารักคนอื่นที่มีค่าพอกับคุณ

วิทยาศาสตร์อาจต้องการเหตุผล

แต่เรื่องความรักย่อมไม่ต้องการเหตุผลใดใด

คนดีอาจรักกับคนเลว

จงอย่าโทษเขาว่าเขารักคนผิด

จงอย่าโทษเขาว่าเขารักคนที่ไม่เอาไหน

และจงอย่าโทษตัวเองว่าเรารักคนที่ไม่ดี

จงเชื่อในสายตาของตัวเอง

จงเชื่อประตูหัวใจอันมีค่าที่เลือกจะเปิดรับเขาคนนั้น

แม้ใครจะพูดว่าคู่ของเราเป็นคนไม่ดี

แต่ในแง่ของความรัก คุณทั้งสองเป็นคนดีของกันและกัน

เหตุผลทั้งหมดเพราะความรักแต่ละคนย่อมต่างกัน

ไม่แปลกที่บางคู่อาจทะเลาะกันทั้งวัน

ไม่แปลกที่บางคู่อาจหวานให้แก่กันได้ทั้งวัน

และไม่แปลกที่บางคู่ต่างเฉยชาต่อกัน

และก็คงไม่แปลกเลยที่บางคู่อาจต่างกันราวฟ้ากับดิน

อย่าไปคิดว่าทำไมคู่เราถึงไม่เหมือนคู่ของใครเขา

อย่าไปคิดว่าคู่เราแปลกหรือเปล่า

อย่าไปสนใจว่าเราควรเปลี่ยนแปลงอะไรไหม

ถ้าจะเปลี่ยน ก็ขอให้เปลี่ยนเพื่อรักมิใช่เพื่อเลิกรัก...เธอ
8월 18일

วันเวลา1ปีที่ผ่านมา

วันเวลา1ปีที่ผ่านมาไมมันช่างเร็วอะไรอย่างงี้น๊า เวลาแห่งความสุข ความทุกข์ ดีใจ เสียใจ มีทั้งน้ำตาและเสียงหัวเราะ ใน1ปีมันเกิดอะไร้นมากมายเลย
แต่ว่ามันก็กำลังจะเปลี่ยนไป จากวัยที่จะต้องมานั่งเรียนๆๆๆ และเรียน อยู่กะตัวหนังสือตัวเลขที่เดิมๆ ต้องมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติ นั้นก็คือ การที่จะต้อง
ออกมาทำงานนั้นเอง เฮ่อ...จะว่าไป อายุอานามเราก็แค่20เองนี่หว่า โอย!! ชีวิตวัยรุ่นเราก็หายไปอีกช่วงหนึ่งแล้วนะเนี่ย แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่น่า ชีวิตคนเรา
เราก็เลือกที่จะทำมันเอง อีกอย่าง ตอนนี้สมัยนี้ "งานมันเลือกคน ไม่ใช่ คนเลือกงาน" อย่างสมัยก่อนซะด้วยดิ จะว่าไปชีวิตมหาลัยที่เราเคยได้สัมผัส
มาก็ได้แต่นิดเดียวเอง อยากไปอีกจังเยย T^T แต่ก็ใช่ว่าเราจะอยู่คนเดียวซะที่ไหน เพื่อนๆก็ยังอยู่กับเราเสมอนั้นแหละ รวมถึงเราที่เรารักด้วย เฮ่อ..
(จะถอนหายใจบ่อยทำไมฟร่ะเนี่ย) ในตอนนี้อยากที่จะทำงานให้ได้ดีที่สุด แล้วหาเวลาเรียนต่อจะได้จบ ปริญา กะเค้าซะที อยากจะเป็นลูกที่ดี หลานที่ดี
เพื่อนที่ดี และเป็นคนรักที่ดีด้วย ไม่อยากจะต้องทำให้ใครเค้าลำบากใจเพราะเราอีกซ้ำซาก มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีเอาซะเลยน่ะเนี่ย การที่ทำให้ใครสัก
คนจะต้องมานั่งร้องไห้ ทุกข์ใจ ลำบากใจ เรื่องเรานี้มัน คิดแล้วทุเรศตัวเองอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกอึดอัดมาก แต่ก็ไม่รู้จะระบายออกที่ไหน ทำอะไรก็ไม่ได้
ท่ายที่สุดแล้วเป็นไงละ ก็ต้องมานั่งร้องไห้ซะเอง(หามุมหน่อยเด๋วใครรู้หมด 55+) การที่จะเป็นคนเข้มแข็งตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อนมันเริ่มจะทำไม่ได้
เป็นเพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกันดิ หรือว่าความอดทนของเรามันเริ่มจะถึงMAX แล้วว่ะเนี่ย โอ๊ย!!! เครียด จน กินเหล้า(อันนี้ไม่กินน่ะพูดเล่น) เฮ่ย กินนม
>> ในตอนนี้คนที่เรารักก็ไม่รู้ว่าจะเป็นไงบ้าง เค้าคงยุ่งอยู่กับการเรียน การได้เจอเพื่อนใหม่ๆ เลยสงสัยว่าคงจะไม่ค่อยจะคิดถึงเราแล้วมั้ง โทรมาก็ไม่ค่อย
จะโทรหา อืม...แต่ผมก็เข้าใจเค้าน๊ะว่า ชีวิตมหาลัยมันต้องอาศัยซึ่งกันและกันเลยต้องใช้เวลาอยู่กับเพื่อนเป้นส่วนมากไม่ค่อยจะมีเวลาให้เราสักเท่าไหรหลอก
แต่ก็อยากจะให้เค้าคิดถึงเราบ้าง สักนิดนึงก็ยังดีเหมือนกัน(รู้สึกน้อยใจนิดๆน่ะเนี่ย แต่ก็เข้าใจแหละงัฟ) จะยังไงซะเราก็ยังรัก รัก และรัก คิดถึง เค้าอยู่เสมอ
ยังเฝ่าคอยวันเวลาที่เค้าจะกลับมาสักที
>> เพื่อนๆเรามันก็ไม่ค่อยจะโทรหากันเลยว่ะ ไม่รู้เป็นตาย ร้าย ดี ไรบ้าง โหย สงสัยมันจะยุ่งมากเห็นแม่มเล่นเกมส์อย่างเดียวเลยนี่หว่าเลยไม่มีเวลาโทร
เอาเงินไปเล่นเกมส์กันหมดไอ้เพื่อนเวน ดีจิงๆ แต่ไอ้คนที่ตั้งใจเรียนเอา(เกรียจ)เกียรตินิยมเนี่ยมันก็บ้าเรียนอยู่นั้นแหละแว่นเวิ่นใส่กันจะหมดและมันจะบ้า
อะไรกานอย่างง๊านว่ะ หาเวลาพักสะบ้างนะพวกเมริงอ่ะ
      เออ.....รู้สึกว่าจะนอกเรื่องมาเยอะแฮะเข้าเรื่องดีฟ่า 555+
 
ตอนนี้1ปีที่ผ่านมาใกล้จะสิ่นสุดแล้ว ที่เราจะได้จบมาแล้วมีงานทำ (มีเงินใช้เองแว้วเว้ย) ไอ้ตอนแรกก็คิดว่า เออว่ะ....ปีนึงมันนานชิบหายเลยว่ะ แล้วกูจะรอด
ป่าวละเนี่ย เรียนก็หนัก หนังสือก็เยอะ เป็นไงละเมิงอยากมาเรียนไปรษณีย์ดีนักเป็นไงๆๆ ท่ายที่สุดมันก็รอดมาถึงFinal จนได้ดิว่ะ(คนมันเก่งอาน่ะช่วไม่ได้ 555+)
พอสอบเสร็จปั๊บ ก็ฝึกงานปุ๊บ (แม่งเอ๊ยกะไม่ให้กูพักเลยหรึอไงกันว่ะ กะเล่นกันให้ตายไปข้างเลยหรอเนี่ย แง่งๆๆๆ เอาวะ สู้โว้ยๆๆๆ) ไอ้ตอนนี่เราก็ฝึกงานเข้าไป
ดิ โหยโหดชิบเลย แต่ละงานเคี่ยวสุดๆ มันกะให้เราเป็นงานภายใน2 วันกันเลยหรอวะ ไม่เข้าใจความคิดของท่านผู้บริหารเลยจิงๆว่า จะให้เราไปเป็นอะไร
ระหว่าง  คอมพิวเตอร์ประจำที่ทำการ กับ คนใช้ - -'' แต่ว่ามันก็ไม่ต่างอะไรกันอยู่แล้ว แล้วกูจะคิดมากทำไม เค้าให้เราทำอะไรก็ทำไปดิว่ะ 555+
แต่พอรู้ตัวอีกทีก็ทำงานเป็นซะและ เออ งง ตัวเองอยู่เหมือนกันน่ะเนี่ย 
 
แต่พอรู้สึกตัวอีกทีว่ากำลังจะจบแล้ว มันก็ทำให้คิดถึงเวลาที่ผ่านมาของเราเองเลยว่า ที่เราผ่านมาเราทำอะไรให้มันดีที่สุดหรือป่าว รู้สึกว่าที่ผ่านมาเราทำได้แค่
ดีมาก ดี ดีพอใช้ อยู่แค่เนี่ย แต่ยังไม่เคยรู้สึกได้เลยว่า เราทำมันเต็มที่ให้ดีที่สุดแล้ว (ไม่รู้ดิความรู้สึกมันบอกอย่างงั้นว่าเรายังทำไม่ถึงที่สุด) บ้างครั้งทำให้เราท้อ
ไปเลยแฮะ แต่ตอนนี้ก็ปรับตัวใหม่แล้วเริ่มทำอะไรให้มันเต็มที่ ทุ่มเทกับการทำงาน อุทิศเวลาให้กับการฝึกงาน ใช้เวลาให้คุ้มค่า ไม่รู้อะไรถาม รู้อะไรจด ทำnoteแม่มเลย
 
อ่าววววละ พอแค่นี้ดีฟ่าพูดมากไปและกู ไม่รู้เป็นบ้าอะไรวันนี้บ่นอะไรกันนักหน่า ฮี่ๆๆๆ สงสัยทำงานมากไปเลยบ้าไปแล้วแหงๆ
 
 
p.s.  รักพ่อแม่ รักน้อง
       วันนี้คับรักอาจารย์ที่สอนเรามาทุกท่านเลย(ถ้าไม่มีคงมาไม่ได้ถึง)
       รักเพื่อนๆ ที่ มมว.รุ่น9 ทุกคน  รักเพื่อน Kmitl_Boi't ทุกคน
       รัก เธอมากน่ะ ซิน (ตั้งใจเรียนน๊ะ อิอิ)
 
 
พอและๆพร่ามมายาวเกินควรละว่ะ ไปดีก่าหิวข้าวเว้ย
 
 
5월 19일

หัวใจฉันอยู่กับเธอ

ลองอ่านดูน๊ะ

 

อืม...วาเลนไทน์อีกแล้วสินะ” แนนเงยหน้าขึ้นสบตาจอยพลางยิ้มพูดเบาๆ

วาเลนไทน์...14 กุมภาพันธ์ วันที่กุหลาบทั่วโลกบานพร้อมกัน วันที่ความรัก
งอกงามได้เร็วกว่าทุกวัน และเป็นวันที่กามเทพแผงศร ให้หลายๆคู่ได้สมหวัง
แต่คงไม่ใช่แนน...เธอคนนี้แน่นอน

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ความแออัดและตึกสูงในเมืองหลวง...
มีหมู่บ้านจัดสรรเล็กๆกำลังก่อตัวขึ้น ก่อตัวขึ้นพร้อมกับความรัก ความรักของเขาและเธอ

“เธอๆ มาเล่นก่อกองทรายด้วยกันมั้ย”
เด็กผู้ชายตัวเล็กๆหน้าตามอมแมมกำลังนั่งเล่นบนกองทรายสูงท่วมหัว

“เธอชื่ออะไร เราชื่อเอ” เด็กผู้ชายแนะนำตัวเองก่อน
พลางกระโดดลงมาจากกองทราย

“ฉันชื่อแนน” เด็กผู้หญิงแนะนำตัวเองบ้างพลางค่อยๆนั่งลง
ทั้งคู่ค่อยๆก่อกองทราย เด็กผู้หญิงวิ่งไปเอาน้ำมารดให้ทรายเปียกชุ่ม
เด็กผู้ชายค่อยๆเอาเศษไม้เกลี่ยให้ดินทรายที่เปียกค่อยๆก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง
จนได้เค้าโครงของปราสาททรายที่ต้องการ

“เอ เดี๋ยวแนนประดับปราสาททรายเองนะ” เด็กผู้หญิงวิ่งมาพร้อมกับก้อนหินสีสวยในกำมือ
วางลงข้างๆปราสาททรายที่กำลังจะอวดโฉมออกมาเป็นรูปเป็นร่าง

“แนนๆ ตรงนี้เป็นห้องของแนนนะ ห้องของเจ้าหญิงงัย ส่วนตรงนี้เป็นห้องของเอ......
อันนี้เป็นห้องประชุมนะ” เอพูดพลางชี้ไปเรื่อยๆบนปราสาททราย.....กองทรายแห่งความฝัน

“เอๆ ต้องทำสวนดอกไม้ตรงนี้ด้วย เจ้าหญิงต้องมีสวนดอกไม้นะ”
แนนพูดแย้งขึ้นพลางชี้ไปตรงด้านหน้าปราสาททราย

“แนนอยากได้สวนอะไร....อยากได้ดอกไม้อะไร” เอพูด
เงยหน้าขึ้นมองหน้าแนนอย่างใจจดใจจ่อ

“เอาดอกอะไรดี...เอ ช่วยแนนคิดหน่อยสิ” แนนมองหน้าเอด้วยแววตาใสซื่อ
เด็กตัวเล็กๆสองคนกำลังสวมบทเจ้าหญิงและเจ้าชายกันอยู่

“อืม...เจ้าหญิงต้องเหมาะกับดอกกุหลาบนะ” เอพูดพลางทำท่าคิด

“ตกลงๆ สวนดอกกุหลาบนะ เราจะทำสวนดอกกุหลาบที่ลานหน้าปราสาทของเรา”
แนนพูดพลางยิ้ม ค่อยๆเกลี่ยทรายให้เรียบเพื่อทำเป็นลาน....
ทั้งคู่สร้างปราสาททรายแห่งความฝันของพวกเขาอยู่นาน....นานจนกระทั่ง

“เอ ไปได้แล้ว พ่อเสร็จงานแล้วลูก”
เจ้าของโครงการบ้านจัดสรรเดินมาสะกิดลูกชายตัวเองเบาๆ

“พ่อๆ ให้เอเล่นกันแนนอีกแป๊บนะ”
ลูกชายออดอ้อนพ่อของตัวเอง

“หน่า ไปได้แล้ว เดี๋ยววันหลังมาเล่นใหม่ก็ได้นี่”
พ่อของเขานั่งยองลง อธิบายให้ลูกชายฟังพลางลูบหัวเบาๆ

“ตกลงครับ เดี๋ยวให้เอบอกแนนก่อนนะ”
เด็กผู้ชายตัวมอมแมมพูดพลางวิ่งกลับหลังไปหาเพื่อนของเขา

“แนน เดี๋ยวพรุ่งนี้เอมาหานะ พรุ่งนี้เอจะเอาดอกกุหลาบมา มาทำสวนกุหลาบให้แนนนะ”
เอพูดพลางชี้นิ้วลงตรงลานหน้าปราสาททราย

“ตกลงๆ พรุ่งนี้เจอกันนะ” แนนยิ้มพูดพลางพยักหน้า
เด็กสองคนเล่นกันช่างดูน่ารักเสียนี่กระไร

ทุกวัน เอและแนนจะมานั่งก่อปราสาททรายด้วยกัน ก่อสร้างความหวังบนมิตรภาพและความรัก
ระหว่างลูกชายเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรและลูกสาวนายช่างใหญ่

“แนนๆ เมื่อวานแม่เราสอนให้เราเขียนหนังสือด้วยแหละ”
เด็กผู้ชายเสื้อผ้ามอมแมมคลุกฝุ่นและทรายเปียกเงยหน้าขึ้นมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่วิ่งเข้ามา

“ไหนๆ แม่ของเอสอนเขียนคำว่าอะไร” แนนถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น

“แม่เอสอนเขียนหลายคำ แต่เอจำได้คำเดียว”
เอพูดพลางทำเสียงเศร้าๆ เอคงอยากจำทุกคำมาเขียนให้แนนดู

“เอจำคำไหนได้ เขียนให้แนนดูหน่อยสิ” แนนพูด เอค่อยๆก้มลงข้างๆกองทราย
หยิบเศษไม้เล็กๆปักลงบนผืนทรายที่เพิ่งผ่านฝนเมื่อคืนแล้วตวัดเป็นจังหวะเพียงชั่วครู่
ปรากฎเป็นตัวอักขระลายเส้นบิดพลิ้ว คำว่า รัก
ปรากฎบนผืนทรายราบเรียบที่เกาะตัวเหนียวด้วยหยดน้ำ
เด็กตัวเล็กๆสองคนยืนมองด้วยความตื่นเต้น

“อ่านว่าอะไร เอ” แนนพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นและแปลกใจ

“อ่านว่า รัก” เอพูดกระซิบข้างหูแนนเบาๆ

“เหรอ อ่านว่ารักเหรอ....สอนแนนเขียนหน่อยสิ นะๆๆๆ”
แนนพูดพลางเกาะแขนออดอ้อนเอ

“มานี่ๆ เอจะสอน” เอพูดพลางหยิบเศษไม้เล็กๆให้แนนจับไว้
มือเอและมือแนนจับประสานกัน ตวัดบนกองทรายให้เกิดเป็นอักขระบิดพริ้ว

“นี่ไง แนนเขียนได้แล้ว ดีใจจังเลย” แนนพูดพลางหันหลังกลับไปกอดเอด้วยความดีใจ

“มันแปลว่าอะไรเหรอ เอ” แนนยังคงสงสัยไม่หายในความหมายของมัน

“เอก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่แม่บอกว่ามันมีความหมายมากนะ มากจนอธิบายไม่ได้”
ใช่สิ...ความหมายมันคงมากมายเกินกว่าเด็กห้าขวบจะรู้ หรือแม้แต่คนบางคนใช้เวลาทั้งชีวิต
ก็ไม่อาจรู้ว่าคำว่ารักคืออะไร....

“สักวัน เราจะรู้ความหมายมัน แม่เอบอก” เอพูดพลางหันไปมองแนน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ยืนข้างๆตน

“อืม สักวันนะ” แนนพูดพลางหันมายิ้มให้กับเอ ใช่ สักวันแนนและเอคงรู้ความหมายของมัน......


“โอ๊ย...เจ็บ” เด็กผู้หญิงผมเปียพูดขึ้นพลางจับผมเปียของตัวเองด้วยสีหน้าเซ็งๆ
เธอโดนเพื่อนแกล้งดึงเปียผมของเธอประจำ

“ใครดึงผมเปียแนน” เด็กผู้ชายนั่งข้างๆเธอหันขวับกลับไปมองแทบจะพร้อมกันกับเจ้าของผมเปีย
เห็นเด็กผู้ชายวัยเดียวกันสามคนนั่งอยู่ข้างหลังหัวเราะกันคิกคักพลางชี้นิ้วมาที่แนน

“ทำไมๆ ข้าดึงเอง จะทำไม” หนึ่งในเด็กสามคนพูดพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“แกล้งผู้หญิง หน้าตัวเมีย” เอยืนขึ้นชี้หน้าด่า

“แล้วจะทำไม” เด็กทั้งสามกรูกันมายืนหน้าเอ
ถีบโต๊ะเรียนกระจัดกระจายคนละทิศคนละทาง

“ไม่เอาเอ อย่าไปยุ่งกับพวกนั้น”
แนนพูดพลางเกาะแขนเอไว้แน่น เอเอามือจับแขนแนนออกจากตัวทันที...

ปั้ง...หนึ่งหมัดปล่อยออกไป คล้ายเป็นการประกาศสงครามของคนสองกลุ่ม
ทั้งสามคนกรูเข้ามารุมเอคล้ายหมาป่ากำลังรุมขยุ้มเหยื่อ โต๊ะเรียนที่กระจัดกระจาย
ข้าวของทั้งของเอและแนนตกกระจายเกลื่อนกลาดคนละทิศคนละทาง

“หยุด!!” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง...มีอำนาจมากพอจะทำให้ทั้งสี่คนหยุดการตะลุมบอนกัน

“พวกเธอทำอะไรกัน อันธพาลกันใหญ่แล้วนะ”
ครูประจำชั้นเข้ามาห้ามทัพหมาป่าขยุ้มเหยื่อ
แม้จะห้ามทัพได้ แต่ก็ได้ปรากฎเลือดไหลซิบๆที่คิ้วและโหนกแก้มของเอ

“เอ เจ็บมั้ย” แนนวิ่งเข้ามาทันทีที่ครูประจำชั้นเดินออกไป

“ไม่เจ็บหรอก” เอพูดพลางก้มหน้าหลบสายตาแนน

“ไม่เจ็บอะไร เลือดไหลใหญ่แล้ว ไปห้องพยาบาลนะ แนนจะทำแผลให้”
แนนพูดพลางดึงตัวเอออกจากห้องเรียนไป
เลือดไหลเป็นทางลงมาจากคิ้วและโหนกแก้มเปรอะเปื้อนเสื้อนักเรียนสีขาวของเอ

“โอ๊ย...เจ็บ อย่าจับสิ” เอพูดโพล่งขึ้นขณะที่แนนกำลังกดดูความลึกของบาดแผล...
แต่แนนกลับยิ้มออก

“โอ๊ย แสบ”
เอโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทันทีเมื่อแนนค่อยๆกดสำลีชุบแอลกอฮอลงบนแผลของเอ

“แสบก็ทนสิ อยากหาเรื่องเค้านี่นา”
แนนพูดพลางยิ้ม ค่อยๆเช็ดแผลบนใบหน้าของเอช้าๆอย่างระมัดระวัง

ทุกครั้งที่มีคนแกล้งแนน เอจะยืดอกปกป้องแนนเสมอ
แม้จะต้องเจ็บตัวหรือตกอยู่ในภาวะเป็นรองก็ตามที....


“แนนๆ แฮปวาเลนไทน์นะ”
ชายหนุ่มวัยรุ่นแต่งตัวภูมิฐานพูดห้วนๆพลางยืนกุหลาบแดงให้กับมือหญิงสาว

“อีตาบ๊อง อย่ามาทำหวานใส่ฉันหน่า” แนนพูดกวนๆพลางยิ้ม เอได้แต่ยืนม้วนด้วยความอาย

“อ้าว ก็วันนี้วันวาเลนไทน์ ทำหวานให้เจ้าหญิงของตัวเองสักหน่อยจะเป็นอะไรไป”
เอพูดพลางยิ้ม ทำไมหนุ่มวัยรุ่นเวลาอายนี่ดูตลกดีแท้ ทั้งมือทั้งแขนแทบจะไม่มีที่เก็บ
สงสัยถ้าแทรกแผ่นดินหนีได้คงหนีหายไปแล้ว

“หวานกับเค้าก็เป็นเหรอ เดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นนะ”
แนนพูดพลางยื่นมือไปหยิกจมูกเอด้วยความเขิน เอยังคงพยายามสำรวมอาการเขินอยู่

“เอรักแนนนะ”
เอพูดพลางจับมือแนนขึ้นมาเขียนรูปหัวใจไว้ที่ฝ่ามือ
ตอนนี้แนนเริ่มหน้าแดงขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังพยายามกลบเกลื่อนสีหน้าตัวเอง

“เหรอ....เขียนคำว่ารักตรงนี้ ดูไม่ซึ้งเลย” แนนพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่เลิกแหย่เอ

“เดี๋ยวสักวัน เอจะเขียนไว้ตรงหัวใจแนนเลยนะ”
เอพูดประหม่า มองหน้าแนนพลางเอื้อมมือดึงตัวแนนเข้ามาโอบกอดไว้แน่น....สักวัน
เอจะเขียนคำว่ารักไว้ในหัวใจแนนเลย.....



ใต้ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น มีโต๊ะหินอ่อนวางเรียงรายเป็นแนว
มีนักศึกษาจับกลุ่ม บ้างคุยกัน บ้างอ่านหนังสือ บ้างหยอกล้อกินขนมกัน...

“เอ เย็นนี้แนนไปทำวิทยานิพนธ์กับเพื่อนนะ” แนนพูดพลางเก็บหนังสือ

“ไปทำวิทยานิพนธ์กับใคร” เอเงยหน้าขึ้นมองแนนทันที

“ไปกับกิ๊ฟกับฝนหนะ นะๆๆๆ”
แนนพูดพลางเดินไปนั่งข้างๆเอ เขย่าแขนเหมือนเด็กอ้อนวอนผู้ใหญ่

“ให้เอไปส่งมั้ย เอว่างนะ” เอพูดพลางยิ้ม ลูบผมแนนเบาๆ

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฝนเอารถมา” แนนพูดพลางซบหน้าลงบนบ่าของเอ

“นี่ แล้วกินข้าวเสร็จแล้วอย่าลืมกินยาล่ะ เข้าใจมั้ย กลับถึงบ้านก็อย่าลืมโทรมาบอกด้วย”
เอพูดพลางจ้องหน้าแนนด้วยสีหน้าจริงจัง

“ค่ะ หัวหน้า สั่งจริงๆเลย” แนนพูดพลางยิ้ม เอามือหยิกจมูกเอด้วยความเขิน



“กิ๊ฟๆ แฟนแกเป็นงัยบ้าง” ฝนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถ ขณะที่ตนอยู่หลังพวงมาลัย

“ปวดหัวสุดๆ เจ้าชู้เป็นบ้าเลย” กิ๊ฟพูดปัดๆคล้ายกับไม่ค่อยพอใจในแฟนตัวเองนัก

“ทำไมไม่เลิกๆไปสิ จะได้ไม่กลุ้ม” ฝนเสนอความเห็น มองหน้ากิ๊ฟผ่านกระจกมองหลัง

“หน่า....ให้โอกาสสักครั้ง”
กิ๊ฟพูดพลางซบหน้าลงที่กระจกหันหน้ามองออกนอกรถด้วยอาการเอือมระอา

“โอกาสสักครั้ง รอบที่ล้าน” เสียงหัวเราะดังขึ้นเกือบพร้อมกันทั้งรถ

“แล้วแนนล่ะ แหม...เจ้าชายเธอเอาใจเธอดีนะ” ฝนพูดขึ้นพลางหันไปมองแนนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ

“โอ๊ย รายนั้นไม่รู้กี่ปีแล้ว ยังจับไม่ได้สักทีว่ามีกิ๊กเก็บไว้ที่ไหน” แนนพูดยิ้มพลางหันไปมองหน้าฝน


“แปลได้สองอย่าง...ถ้าแฟนเธอไม่รักเธอคนเดียว เค้าก็เก่งมากที่หลอกเธอมานานหลายปี”
เสียงหัวเราะดังขึ้นแทบจะพร้อมกันทั่วรถ

“เอี๊ยยดดด.....”
เสียงเบรกลากล้อดังยาวจากด้านข้างตัวรถ คนทั้งรถหันไปมองแทบจะพร้อมกัน
รถบรรทุกฝ่าไฟแดงพุ่งเข้าชนรถเก๋งของฝนอย่างจัง แรงอัดทำให้กระจกทุกบานแตกละเอียด
ห้องโดยสารด้านหน้าฝั่งคนนั่งยุบเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด....
ร่างไร้สติของแนนยังคงสงบนิ่งติดอยู่ในรถเก๋งขนาดสองตอน
มัจจุราชอาจฉุดวิญญาณเธอออกจากร่างได้ทุกเมื่อ



“แนนๆ”
เสียงกระซิบเบาๆดังข้างหู ทำให้แนนค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา

“อยู่ไหน....โอ๊ย เจ็บ”
แนนค่อยๆอ้าปากพูด แต่ไม่ชัดนัก
เฝือกขาวถูกแต่งแต้มถามร่างกายของแนนคล้ายกับเป็นเครื่องประดับ

“ใจเย็นๆ แนน เธอสลบไปสองเดือน”
.....สองเดือน สองเดือน แนนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง. ...
ฝนค่อยๆอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แนนฟัง.....

“แล้ว สรุปว่าฉันเจ็บคนเดียวใช่มั้ย”
แนนพยายามพูด เสียงพูดของแนนแทบจะไม่ได้ยิน

“อืม...” ฝนพยักหน้าเบาๆ กำมือแนนไว้นิ่งๆ

“เอ ล่ะ เออยู่ไหน” แนนเพิ่งนึกขึ้นได้ แฟนเธออยู่ไหน

“เอมาหาเธอครั้งเดียว วันแรกที่ชน แล้วหายไปเลย”
ฝนพูดพลางลูบหัวแนนเบาๆ

“ไม่เป็นไรนะ ไม่มีเอ เราก็อยู่กันได้ จริงมั้ยเพื่อน”
ฝนพยายามพูดปลอบใจแนน

“อืม...”

น้ำตาค่อยๆกลั่นตัวหยดลงมาจากนัยน์ตาของแนน
คำพูดของฝนตอนคุยกันในรถคงจะเป็นความจริง....
เขาเก่งมากจริงๆ เก่งมากที่หลอกแนนมาหลายปี เก่งมากที่หลอกว่ามีแนนคนเดียว.....
ทำไมผู้ชายทั้งโลกถึงนิสัยเหมือนกันหมดเลย เสียดายเวลาที่อยู่ด้วยกัน
เสียดายความรักที่มอบให้.....เสียดาย เสียดาย เสียดาย



“คุณแนน ค่อยๆก้าวนะครับ ช้าๆ”
บุรุษพยาบาลพยายามพยุงแนนขึ้นเดิน แนนยังคงไม่หายเจ็บดี
ยังคงต้องทำการกายภาพบำบัดอีก

“ระวังล้มนะครับ จับผมไว้ดีๆ”
บุรุษพยาบาลเดินช้าๆเพื่อให้แนนเกาะแขนเดินตามช้าๆ.....
ทำไมบุรุษพยาบาลถึงไม่ใช่เอนะ....ทำไม ทำไม ทำไม

“คุณบุรุษพยาบาลค่ะ นี่ฉันสลบไปนานถึงขั้นต้องกายภาพบำบัดกันเลยเหรอ”
แนนถามด้วยความสงสัย

“โห คุณไม่ได้เดินสามเดือนนี่ มันนานนะครับ”
บุรุษพยาบาลตอบด้วยความสุภาพ

“จะว่าอะไรมั้ยค่ะ ถ้าจะถามชื่อเล่น คือถ้าเรียกว่าคุณบุรุษพยาบาล เกรงว่ามันจะยาวไป”
แนนพูดพลางยิ้ม

“ผมชื่อ กอล์ฟ ครับ”
บุรุษพยาบาลตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงเรียบๆ

นับจากวันนั้น แนนและกอล์ฟเริ่มสนิทกัน
ทุกเย็นกอล์ฟจะพาแนนออกไปทำกายภาพบำบัด
ไม่นานแนนก็สามารถเดินเองได้และออกจากโรงพยาบาลในที่สุด....


“คุณแนนค่ะ น้ำดื่มค่ะ”
พยาบาลชุดขาวเดินถือแก้วน้ำมาวางข้างๆเธอ
ขณะเธอนั่งรอกอล์ฟที่ล็อบบี้ของโรงพยาบาล
เธอได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้ด้วยไมตรี

“กอล์ฟๆ ไปกินข้าวกัน”
แนนพูดทันทีที่เห็นกอล์ฟเดินออกมา
มีพยาบาลหลายคนยกมือไหว้แนน แนนก็ได้แต่รับไหว้ด้วยสีหน้างงเล็กน้อย

“ไปสิครับ”
กอล์ฟพูดพลางค้อมตัวลงผายมือไปที่ห้องอาหารของทางโรงพยาบาล
ดูกอล์ฟค่อนข้างสุภาพและให้เกียรติแนนมาก....มากจนน่าแปลกใจ
ท่าทางโรงพยาบาลนี้จะเข้มงวดเรื่องมารยาทกับพยาบาลมาก
แนนและกอล์ฟสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ....จนบางครั้งแนนก็อยากให้กอล์ฟมาแทนที่เอ


บ่อยครั้งที่แนนคิดถึงเอ เอก็ไม่โทรมา

บ่อยครั้งที่แนนอยากคุยกับเอ เอก็ไม่ติดต่อมา

บ่อยครั้งที่แนนนั่งเหงา อยากให้เอนั่งเป็นเพื่อน แต่เอก็ไม่ปรากฎตัว

เอ....เอ....เอ เอหายไปไหน

ไหนล่ะ หัวใจที่เอบอกว่าจะให้แนน

ไหนล่ะ หัวใจที่เอเคยเขียนไว้บนฝ่ามือแนน

มันคงหายไปแล้ว....หายไปพร้อมกับเอ

หายไปพร้อมกับผู้ชายโกหก....ผู้ชายเจ้าชู้

ทำไมผู้ชายเหมือนกันทั้งโลก.....ทำไม ทำไม ทำไม



ใกล้วาเลนไทน์เข้าไปทุกที ปีนี้ไม่เหมือนกับปีก่อนๆ
ไม่มีเอคอยให้ดอกกุหลาบแดง ไม่มีอีตาบ๊องทำท่าเขินอายให้ดู

“แนนๆ วาเลนไทน์ปีนี้ ว่างหรือเปล่าครับ”
เสียงกอล์ฟดังตามสายโทรศัพท์

“ว่างค่ะ ทำไมค่ะ” แนนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“พอดีผมมีของจะให้แนนนะครับ เดี๋ยววันวาเลนไทน์บ่ายสามโมงเจอกันที่สยามนะครับ”
กอล์ฟเสนอความเห็น

“ตกลงค่ะ” แนนพูดพลางกดวางสาย สีหน้าแววตาเปี่ยมด้วยความหวัง....
หวังว่ากอล์ฟคงจะมาแทนที่เอได้เสียที



วันวาเลนไทน์ วันที่กุหลาบแดงบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วโลก
แม้ในลานที่สยามหรือที่วัยรุ่นเรียกกันสั้นๆว่า “เซนเตอร์พอยต์”
ยังถูกละเลงด้วยดอกกุหลาบสีแดง...นักเรียน
นักศึกษาต่างถือกุหลาบแดงในมือเดินกันขวักไขว่ทั่วลาน

“ขอโทษค่ะ มาสาย” แนนพูดพลางยิ้มก่อนดึงเก้าอี้ออกมานั่ง

“ไม่เป็นอะไรครับ” กอล์ฟพูดพลางยิ้ม

“อืม...ว่าแต่มีอะไรจะให้แนนเหรอ”
แนนพูดพลางจ้องตากอล์ฟ...หากกอล์ฟมีพิรุธ แนนจะจับได้ทันที

“อันนี้ของแนนนะครับ”
ดอกกุหลาบสีแดงถูกดึงออกมาจากถุงอย่างช้าๆ วางลงบนโต๊ะอย่างนิ่มนวล

“หมายความว่ายังไงค่ะ จะขอหัวใจแนนเหรอ”
แนนพูดติดตลกพลางยิ้ม เธอคิดว่าเธออ่านเกมส์ออกหมด

“ผมคงไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอก”
กอล์ฟพูดพลางยิ้ม แต่กลับทำให้แนนงง

“อ้าว...แล้วกุหลาบสีแดงนี่...
” ไม่ทันแนนจะพูดจบ กอล์ฟต่อคำพูดของเขาทันที

“ผมไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอกครับ
เพราะหัวใจของแนนไม่ใช่ของแนน” ปั้ง...
เหมือนมีแผ่นเหล็กหนาหลายฟุตทุบลงกลางศีรษะ
แนนเริ่มงงกับความหมายขึ้นไปทุกที...มันแปลว่าอะไร???

“หัวใจของคุณ คือเจ้าของกุหลาบดอกนี้”
กอล์ฟพูดต่อ....แนนทำหน้างงๆไม่เข้าใจความหมายแม้แต่นิดเดียว

“ตอนคุณประสบอุบัติเหตุเข้ามาที่โรงพยาบาล
คุณเสียเลือดมาก...หัวใจคุณเต้นอ่อนจนแทบจะล้มเหลว
พวกผมและหมอพยายามเยียวยาจนถึงที่สุด”
กอล์ฟเริ่มอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น.....เรื่องที่แนนไม่เคยรู้

“มีผู้ชายคนนึง วิ่งเข้ามาบอกว่าเป็นแฟนคุณ เขาบอกให้ช่วยคุณให้ได้
เสียเงินเท่าไหร่ไม่ว่า...เขายอมจ่ายไม่อั้น
ไม่ว่าทางเราจะขออะไร เขาจะจัดหาให้หมด.....
คำพูดของเขาทำให้ผมประทับใจมาก”
กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่...แนนรู้ทันทีว่ากอล์ฟหมายถึงเอ

“ผมยอมแลกทุกอย่างกับชีวิตเธอ - เขายอมแลกทุกอย่างกับชีวิตคุณ”
กอล์ฟพูดพลางจ้องหน้าแนนนิ่ง แต่แนนยังคงทำสีหน้างงอยู่

“เขายอมทุกอย่างจริงๆ ทีแรกหมอบอกว่าทางเราหาเลือดไม่พอให้คุณ
เขาวิ่งตามหาเลือดให้คุณไปทั่วทุกโรงพยาบาล
แต่กลับไม่พบว่ามีเลือดถุงไหนที่ตรงกับเลือดคุณ”
กอล์ฟพูดด้วยน้ำเสียงปกติ สายตามองไร้จุดหมาย

“สุดท้ายเราตรวจเลือดของเขา พบว่าตรงกับของคุณพอดี
เขาบอกให้ทางเราเอาไป เอาไปให้คุณ....ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะเป็นอย่างไร
ขอแค่คุณปลอดภัยก็พอ” กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่พยายามกลั้นน้ำตา....
แต่นัยน์ตาแนนเริ่มเจิ่งนองไปด้วยน้ำใสๆ

“ต่อมา...ตอนพวกผมถ่ายเลือดให้คุณ หัวใจคุณเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ
จนหมอต้องเดินออกไปบอกให้เขาทำใจ.....ทำใจว่าเขาจะต้องเสียคุณ”
กอล์ฟพยายามเล่าต่อไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงปกติ นัยน์ตาแนนเริ่มแดงก่ำ

“เขาถามหมอว่า เธอต้องการอะไร.....” ใช่ เอถามหมอว่าแนนต้องการอะไร

“เธอต้องการ หัวใจครับ หัวใจเธอเต้นไม่ปกติ การสูบฉีดล้มเหลว
เราหาเลือดให้เธอช้าไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เธอต้องการคือ หัวใจ”
หมอหวังว่าเอคงจะเลิกหวังในตัวแนน...หยุดเล่นเกมกับมัจจุราชเสียที

“ตกลง ผมหาให้ – เขาตอบสั้นๆโดยไม่ลังเลเลย”
ตกลงผมหาให้....เอจะหาหัวใจให้แนน ทั้งๆที่รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้...
เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวเพื่อจะทำให้เธอ

“คุณรู้มั้ย ว่าคำพูดของเขาทำให้ผมและหมออึ้งกันไปหมด
โรงพยาบาลยังหาหัวใจให้คุณไม่ได้ เขาจะมีปัญญาที่ไหนหาหัวใจให้คุณได้”
กอล์ฟพูดพลางพยายามหลบสายตาแนน....ตอนนี้กอล์ฟเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว

“เขาถามเลขบัญชีของโรงพยาบาลกับหมอ....เขาไม่ได้โอนเงินมาซื้อหัวใจเทียมให้คุณ
แต่เขาโอนมาตั้งมูลนิธิการกุศลให้โรงพยาบาล มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยด้านหัวใจเทียม
“นานา” คุณดูดีๆ คำว่า แนน และ เอ ถ้าเขียนติดกัน มันคือ “นานา”
นี่คือความปรารถนาสุดท้ายของเขา – เขาอยากให้ตัวเขาเองเป็นคนสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่กับคนที่เขารัก...
เพราะไม่มีหัวใจเทียมสำรอง” เปี๊ยง....แนนโดนสะกิดต่อมความจำเข้าเต็มเปา...
เธอเคยเห็นป้ายมูลนิธิขึ้นหราที่โรงพยาบาล แต่เธอไม่เคยเฉลียวใจสักนิด...มิน่า
ทำไมหมอและพยาบาลต้องให้เกียรติและดูแลเธอดีเสียจนน่าแปลกใจ
ทั้งๆที่เธอไม่มีส่วนได้เสียกับโรงพยาบาลแม้แต่บาทเดียว

“ทันทีที่มีการยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีทางโรงพยาบาล
เขาก็ยิงตัวตายในห้องน้ำโรงพยาบาลครับ ทิ้งโน้ตไว้ว่า
มอบหัวใจให้เธอ - เขามอบหัวใจของเขาให้คุณ”
ทันทีที่กอล์ฟพูดจบ แนนปล่อยโฮออกมาเหมือนไม่มีใครอยู่ข้างๆ
โต๊ะรอบข้างหันมามองแนนเป็นตาเดียว....เอคือเจ้าของหัวใจ หัวใจที่อยู่ในร่างของแนน

“เขายอมแลกทุกอย่างกับคุณจริงๆ”
กอล์ฟพูดพลางวางของทั้งหมดที่เอเคยฝากไว้กับทางโรงพยาบาลคืนให้กับแนน
มีทั้งเครื่องเล่นเทป ม้วนเทป จดหมาย.....

“ผมคงไม่กล้าขอหัวใจคุณหรอก หัวใจคุณเป็นของเขา หัวใจเขาเป็นของคุณ”
ใช่ หัวใจเอเป็นของแนน เป็นของแนนจริงๆ...ตอนนี้หัวใจแนนตายไปเรียบร้อยแล้ว
ตายไปพร้อมกับเอ ตายไปพร้อมกับผู้ชายที่ยอมทุกอย่างเพื่อเธอ

“กุหลาบดอกนี้ เขาบอกผมก่อนไปเข้าห้องน้ำว่า...วาเลนไทน์ที่จะถึง
รบกวนซื้อกุหลาบสีแดงให้คุณสักดอก ขอแค่ดอกเดียวก็พอ...
เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของเขา” กอล์ฟพูดพลางเช็ดน้ำตา
นั่งนิ่งๆสักพักก่อนลุกจากโต๊ะไป....ทิ้งแนนนั่งนิ่งอยู่เพียงลำพัง

“เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะ”
คำพูดซ้ำๆดังมาจากเครื่องเล่นเทป เป็นคำพูดเดียวกันที่พูดกันซ้ำ
โดยไม่มีการตัดต่อทั้งเทป.....เทป 120 นาทีโดยมีเพลงประกอบเบาๆ
แนนค่อยๆคลี่จดหมายออกอ่าน....จดหมายที่มีเนื้อความเพียงบรรทัดเดียว

“หัวใจเอ...เขียนคำว่ารักไว้ เขียนให้แนนคนเดียว”

 
 

รักซิน....ที่สุด

 
ใจฉันอยู่กับเธอเพียงผู้เดียว
 
ฉันจะรักเธอตลอดไป.....นะซิน 
 

ความจริงในความรัก

ค ว า ม จ ริ ง ใ น ค ว า ม รั ก

 มันก็เป็นความจริงอย่างที่ความจริงเป็น...

 ความจริงเกี่ยวกับความรัก

1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือ การรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง

2. พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่ เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ทานประทานมา

3. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว

4. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป

5. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่ เปิดไว้รอเรา

6.เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไร กันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด

7.เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา

8. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเรา

9. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ

10. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจได้

11. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน

12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

13. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้

14.มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคนจนกระทั่งอยากดึงเขามาจากความฝัน เพื่อกอดเอาไว้ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น

15. ฝัน ถึงสิ่งที่คุณต้องการฝัน ไปในที่ที่คุณต้องการไป เป็นในสิ่งที่คุณต้องการเป็น เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ

16. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข

17. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน

18. คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลายชีวิต คำพูดที่เหมาะกาละเทศะอาจลดความเครียด คำรักอาจเยียวยาและทำให้มีสุขได้

19. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่าเราเราเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในพวกเขา

20. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก

21. ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด ผู้ที่ค้นหา และผู้ที่พยายามแล้ว เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้จักคุณค่าของผู้คนที่ได้สัมผัสชีวิตพวกเขา

22. ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา

23. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดีถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ

24. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ

- A man overtime falls in love with the woman he is attracted to, and a woman overtime becomes more attracted to the man she loves.

ผู้ชายมักจะตกหลุมรักคนที่เค้าหลงเสน่ห์ และผู้หญิงจะหลงเสน่ห์คนที่เธอตกหลุมรัก

- Friendship is love minus sex and plus reason. Love is friendship plus sex and minus reason.

มิตรภาพคือ ความรัก ลบด้วย เซ็กซ์ และบวกเอาเหตุผลเพิ่มเข้าไป ส่วนรักคือ มิตรภาพบวกด้วยเซ็กซ์ และลบเอาเหตุผลออก

- To love is nothing. To be loved is something. To love and be loved is everything!!

การได้รักเป็นเรื่องขี้ผง การถูกรักเป็น "บางอย่าง" ทีเดียว ส่วนการได้รักและการถูกรักเป็นทุกอย่าง (ว้าว)

- You may only be one person to the world but you may also be the world to one person.

คุณอาจจะเป็นแค่ "คน ๆ หนึ่ง" ในโลกใบนี้ แต่คุณอาจจะเป็น "โลกทั้งใบ" ของคนคนหนึ่งก็ได้

 - Friendship often ends in love, but love in friendship- never.

มิตรภาพมักจะจบลงด้วยความรัก แต่ความรักไม่มีวันจบลงด้วยมิตรภาพ

- You know when you love someone when you want them to be happy even if their happiness means that you're not part of it.

(อันนี้ต้องขอบอกว่าโปรดมากค่ะ) คุณรู้ว่า คุณรักเค้าก็ต่อเมื่อคุณต้องการให้เค้ามีความสุข แม้ว่าความสุขนั้นจะหมายความถึงการที่คุณไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน

- Love looks not with the eyes, but with the mind.

ความรักนั้น เห็นไม่ได้ด้วยตา แต่ด้วยใจ

- Love is like standing in the wet cement. The longer you stay, the harder it is to leave. And you can never go without leaving your shoes behind.

ความรักก็เหมือนซีเมนต์เปียก ๆ ยิ่งคุณอยู่นานเท่าไหร่ก็ยิ่งติดหนึบ จากไปไม่ได้เท่านั้น และคุณจะไม่มีวันจากมาได้เลย โดยที่ไม่ได้ทิ้งรองเท้าไว้ข้างหลัง

- Don't marry a person you can live with, marry somebody you can't live without.

จงอย่าแต่งงานกับคนที่คุณ "อยู่ด้วยได้" จงแต่งงานกับคนที่คุณ "ขาดไม่ได้"

- Don't rely on the past to create the future, rely on the future to erase the past.

อย่าวางใจใช้อดีตเป็นตัวสร้างอนาคต แต่จงใช้อนาคตเป็นตัวลบอดีตทิ้งไป

- Love will die if held too tightly; love will fly if held too lightly.

รักจะเฉาตายถ้ายึดไว้แน่นเกินไป และรักจะโบยบินไปถ้ายึดไว้หย่อนเกินไป

- If you love someone tell them, don't wait or else you will lose the chance.

 ถ้าคุณรักใคร บอกเค้าซะ อย่ารีรออยู่เลย ไม่งั้นคุณจะเสียโอกาสนะ

- It only takes a second to say "I love you", but it will take a lifetime to show you how much.

ใช้เวลาแค่เพียงชั่ววินาทีในการบอกว่า "ชั้นรักเธอ" แต่ใช้เวลาตลอดชีวิตในการแสดงให้เห็นว่า รักมากเพียงไร

- Love, is like water, we take it for granted. Thus, when it is gone, it becomes crucial.

ความรักก็เหมือนน้ำ เรามักจะเห็นมันเป็นของตาย ต่อเมื่อ มันหมดไปแล้ว นั่นละ ... มันจะกลายเป็นสิ่งจำเป็น

- True love is like ghosts, which everyone talks about but few have seen.

รักแท้ก็เหมือนกับปีศาจ ทุกคนพูดถึง แต่มีคนน้อยมากที่ได้เห็นว่าเป็นอย่างไร

- The essential sadness is to go through life without loving. But it would be almost equally sad to leave this world without ever telling those you loved that you love them.

ความเศร้าที่สำคัญคือการชีวิตโดยปราศจากความรัก แต่มันคงจะเศร้าเกือบจะพอ ๆ กันที่จะจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้บอกคนที่คุณรักว่า คุณรักพวกเค้า"

- A man falls in love through his eyes, a woman through her ears.

ผู้ชายตกหลุมรักทางตา แต่ผู้หญิงน่ะ ตกหลุมรักทางหู

 - The way to love anything is to realize that it might be lost.

หนทางที่จะรักสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็คือ การตระหนักสิ่งนั้น ๆ อาจจะสูญหายได้

- The perfect marriage begins when each partner believes they got better than they deserve.

การแต่งงานที่สมบูรณ์แบบเริ่มขึ้น เมื่อต่างฝ่ายต่างคิดว่า พวกเค้าได้รับสิ่งที่ดีเกินกว่าที่ตัวเองสมควรได้รับ

- When a young man complains that a young woman has no heart, it is pretty sure that she has his.

 เวลาที่หนุ่มน้อยโอดควรญว่า สาวน้อยนางนั้นไม่มีหัวใจ ค่อนข้างแน่ใจได้เลยว่า สาวน้อยนั้นน่ะ ... มีหัวใจของหนุ่มคนนั้นอยู่ในกำมือ

- Kindness in words creates confidence, kindness in thinking creates profoundness, kindness in giving creates love.

วาจาที่กรุณาจะสร้างความเชื่อมั่น จิตใจที่กรุณาจะสร้างความลึกซึ้งของจิตใจ และการให้ที่กรุณาจะก่อให้เกิดรัก

 - To love is to risk not being loved in return. To hope is to risk pain. To try is to risk failure, but risk must be taken, because the greatest hazard in life is to risk nothing.

การที่ได้รักคือการเสี่ยงว่าจะไม่ได้รับความรักเป็นการตอบแทน การตั้งความหวังคือการเสี่ยงกับความเจ็บปวด การพยายามคือการเสี่ยงกับความล้มเหลว แต่ยังไงก็ต้องเสี่ยง เพราะสิ่งที่อันตรายที่สุดในชีวิตก็คือ การไม่เสี่ยงอะไรเลย

- When loving someone...never regret what you do...only regret what you didn't do.

เวลารักใคร ... อย่าเสียใจในสิ่งที่คุณได้กระทำ จงเสียใจในสิ่งที่คุณไม่ได้กระทำ

 - Gravity cannot be held responsible for people falling in love.

เวลาคนตกหลุมรักน่ะ ... โทษแรงโน้มถ่วงไม่ได้ จริงมั้ยล่ะ (ต้องโทษคนขุดหลุม)

There is a story of a woman Who always kept her feelings towards her friend Until the day he got married, she decided to tell him the truth And he felt that it's a good joke for his wedding

มีเรื่องเล่าของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอรักเพื่อนของเธอแต่ได้เพียงเก็บความรู้สึกเอาไว้ จนกระทั่งวันที่เขาแต่งงาน เธอก็ตัดสินใจบอกความจริงกับเขา ...แต่เขากลับคิดว่าเป็นเพียงเรื่องตลกสำหรับวันแต่งงานของเขา...

There is a story of a man Who has never told his wife how much he loves her Until the day she passed away Until now, he keeps sending flowers to her grave everyday With thousand kisses on the card saying "I love you" Would she be able to know?

และยังมีเรื่องเล่าของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ไม่เคยบอกภรรยาว่าเขารักเธอมากแค่ไหน จนกระทั่งเธอตายจากไป ถึงบัดนี้ เขายังคงวางดอกไม้ไว้ที่หลุมศพของเธอทุกวัน พร้อมกับรอยจูบนับพันบนการ์ดที่เขียนว่า "ผมรักคุณ" ...เธอจะมีโอกาสได้รับรู้ไหม...

 Yet, there is a story of a girl Who always needed a warm hug from her daddy But she was too shy to ask for Until the day he can never hug her any more...

และยังมีเรื่องเล่าของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้ซึ่งต้องการอ้อมกอดอันอบอุ่นจากพ่อของเธอเสมอ แต่เธอเขินอายเกินกว่าจะเอ่ยปากออกไป ...จนกระทั่งวันที่พ่อไม่สามารถกอดเธอได้อีกต่อไป...

A lot of stories happen everyday You could know what had happened yesterday How can you be sure what will happen tomorrow? Think of something you never say Are you waiting until the day? to say " I LOVE YOU "

 ทุกๆวันเกิดเรื่องต่างๆขึ้นมากมาย คุณอาจจะรู้ว่า เมื่อวานนี้เกิดอะไรขึ้น แต่คุณจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพรุ่งนี้ ลองคิดถึงบางสิ่งที่คุณไม่เคยพูด จะต้องรอให้ถึงวันไหน ที่จะบอกคำว่า "รัก

 

ความหมายจากกุหลาบ

  • กุหลาบแดงและขาวรวมกัน สื่อความหมายให้รู้ว่า "สองเราเป็นหนึ่งเดียวกัน"

  • กุหลาบสีชมพู หมายถึง ความงดงามและความอ่อนโยน

  • กุหลาบสีเหลือง บอกเป็นนัยว่า "ขอเป็นชู้ทางใจ" หรือ หมายถึงความสุข สนุกสนาน ร่าเริง

  • กุหลาบสีส้ม เพื่อบอกความในใจถึงความรักและสิ่งที่ผ่านมา

  • กุหลาบแดงเข้ม(สีเหมือนไวน์แดง) แทนคำว่า "เธอช่างสวยเหลือเกิน"

  • กุหลาบสีขาว บอกว่า "ฉันรักเธอด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน"

  • กุหลาบตูม ที่มีทั้งใบและหนาม บอกให้รู้ว่า "แม้ฉันจะวิตกอยู่บ้าง แต่รู้ว่าเธอคงไม่ปฎิเสธ"

  • กุหลาบตูมที่ริดใบทิ้งหมด แสดงให้เห็นว่าผู้ให้รู้สึกทุกสิ่งทุกอย่าน่ากลัวไปหมด

  • กุหลาบตูมที่ริดหนามทิ้งหมด แสดงให้เห็นถึงความหวังที่มีอย่างเปี่ยมล้น

  • กุหลาบตูมสีแดง แสดงให้เห็นถึงความรักที่ไร้เดียงสา "รักของฉันเพิ่งแรกแย้ม และอ่อนต่อโลก"

  • กุหลาบตูมสีขาว แสดงถึงความมีเสน่ห์น่าหลงใหล ไร้เดียงสาในเรื่องความรัก

  • กุหลาบบานหนึ่งดอก และกุหลาบตูม 2 ดอก อยากบอกว่า "นี่คือความรักที่ฉันแอบซ่อนไว้"

  • กุหลาบบานสีแดง บอกให้รู้ว่า "ฉันรักเธอเข้าแล้ว"

  • กุหลาบสีแดงที่โรยแล้ว เขาอยากจะบอกให้คุณรู้ว่า "ความรักของเรานั้นจบลงแล้ว"

  • กุหลาบสีขาวที่โรยแล้ว แทนความหมาย "เสน่ห์ของเธอมันจืดจางลงแล้ว"

  • กุหลาบไร้หนาม ให้รู้ว่า "เธอช่างมีเสน่ห์น่าหลงไหลแม้ยามแรกพบ"

  • กุหลาบดอกเดียวแทนความหมาย "รักฉันแม้เรียบง่าย แต่ก็มั่นคงกับเธอผู้เดียว"


  • ส่วนดอกไม้ประเภทอื่นๆ หมายถึงอะไร..... (ตามความหมายของชาวอังกฤษนะคะ)

    • กล้วยไม้-ระลึกถึง

    • คอนฟาวเวอร์-ความบอบบาง

    • ดาวเรือง-สิ้นหวัง

    • เดซี่-ความไร้เดียงสา

    • ซ่อนกลิ่น-พิสวาทที่อันตราย

    • แกนดิออรัส-ความเป็นตัวของตัวเอง

    • บานชื่น-คิดถึงเธอ

    • คาร์เนชั่นชมพู-รักของผู้หญิง

    • คาร์เนชั่นแดง-แด่หัวใจที่น่าสงสาร

    • คาร์เนชั่นลาย-การปฏิเสธ

    • เดฟฟาเดล-ความกล้าหาญ

    • ทิวลิปเหลือง-รักที่ค่นข้างสิ้นหวัง

    • ทิวลิปแดง ( i like )-การบอกรัก

    • ทิวลิปลาย-ดวงตาของคุณสวยจริงๆ

    • นาซิซัส-ความอวดดี

    • ทานตะวัน-ความถือตัว

    • เบญจมาศเหลือง-รักนิดหน่อย

    • เบญจมาศแดง-รัก

    • โบตั๋น-ความขี้อาย

    • ป๊อปปี้ขาว-การหลับ

    • ป๊อปปี้แดง-การปลอบโยน

    • ป๊อปปี้แดงเข้ม-พิเศษสุด

    • แฟนซี่-การระลึกถึง

    • ฟอร์เก็ตมีนอต-รักแท้

    • มอร์นิ่ง กอร์รี่-หลงรัก

    • มะลิ-ความสง่างาม

    • รองเท้านารี-ความเอาแต่ใจ

    • ลินลี่-ความอ่อนหวาน ความบริสุทธิ์

    • ไรแร็ค-ความรู้สึกที่แรกรัก

    • ไวโอเลต-ความถ่อมตัว

    • สร้อยไก่-รักอมตะ

    • สร้อยทอง-กำลังใจ

    • สวีท พี-การจากไป

    • เฟริ์น-หลงเสน่ห์

    • แสนกดาร์กอน-สมมุติ

    • แอสเตอร์-ความหลากหลาย

    • ไอวี่-จงรักภักดี

    • ฮอลลี่-มองการณ์ไกล

    • ฮอลลี่ฮอลี่-ความปรารถนา

     

         รักเธอที่สุดเยย.......GodjI

     
    분류해 둔 카테고리가 없습니다.